Search NuiPik Blog ลองใส่คำดูสิค่ะ

Saturday, March 29, 2014

น้องปั้นโชว์คอนเสิร์ต รร.คีรีบูน

น้องปั้น 5 ขวบ 5 เดือน ได้เล่นคอนเสิร์ตแรกในชีวิต
ที่โรงเรียนดนตรีคีรีบูน เมื่อ 29 มีนาคม พ.ศ. 2557
เป็นงาน class concert ประจำปีของโรงเรียน
เด็กทุกคนจะได้ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตใหญ่
ใครเรียนเครื่องดนตรีอะไรมา ก็ได้ขึ้นแสดงกันในวันนี้
น้องปั้นเรียนหลักสูตร electone ก็ได้ขึ้นแสดงกับเพื่อนอีกสองคน
น้องปั้นเล็กที่สุดในชั้นเรียน  แต่ครูปุ้ยเคยบอกว่า
น้องปั้นตั้งใจ และจำโน๊ตแม่น คุณแม่อย่าให้เลิกเรียนนะค่ะ
ตอนนั้น น้องปั้นเพิ่งได้เลื่อนชั้นมาเรียนวิชา electone
ขึ้นมาจากชั้นเรียนดนตรีสำหรับเด็กเล็ก
ซึ่งจะสอนให้เด็กเรียนรู้จังหวะ บรรทัดห้าเส้นและโน๊ตดนตรี
เรียนอยู่นานเกือบปี  พอครูเห็นว่าเข้าใจดีแล้ว
ก็ส่งขึ้นมาลองชั้น IM เป็น electone ตัวโตเลย
ซึ่งน้องปั้น ตอนเรียนใหม่ๆ ยังขึ้นนั่งเก้าอี้เองไม่ได้เลย
ต้องให้ครูช่วยอุ้มขึ้นนั่งเก้าอี้อีเลคโทน
ที่โรงเรียนคีรีบูนจะสอนแบบค่อยเป็นค่อยไป
เด็กจะอ่านโน๊ตได้ดีทุกคน ร้องเพลงก็ไม่เพี้ยน
แต่การเล่นดนตรีต้องใช้เวลาในการฝึกนานเป็นปี
ใครไม่อดทนจริง ไม่นานก็เลยครับ
 
 

Friday, March 28, 2014

วิเคราะห์โอกาสเด็กที่สอบเข้าสาธิตฯประถมได้

แนวโน้มเด็กที่มีโอกาสจะสอบเข้าโรงเรียนสาธิตฯ ต่างๆ ได้
โดยเฉพาะสาธิตดัง คือ สาธิตจุฬา สาธิตเกษตร สาธิต มศว.ประสานมิตร
เด็กต้องมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้ามาพอสมควร โดยเฉพาะทักษะด้านเชาวน์ปัญญา
ผมมาวิเคราะห์ดู  เห็นว่าโรงเรียนอนุบาลที่เด็กเรียนอยู่
โดยเฉพาะโรงเรียนอนุบาลที่ไม่มีชั้นประถมต่อเนื่อง
เด็กจำเป็นต้องออกไปหาที่เรียนใหม่ทุกคนในระดับประถมศึกษา
ต้องมีจุดมุ่งหมายหลัก ว่าจะสอนเด็กเพื่อสอบเข้า โรงเรียนประถมที่ไหน
โดยส่วนใหญ่มักจะอิงโรงเรียนประถมที่ตั้งอยู่ในพื่้นที่ใกล้เคียงกับโรงเรียนอนุบาลนั้นๆ
ตัวอย่างเช่น โรงเรียนอนุบาลเจริญพงศ์ ย่านสมุทรปราการ
ซึ่งเน้นวิชาการให้เด็กอ่านออกเขียนได้
และโรงเรียนประถมในใจก็คือ โรงเรียนเซนโยเซฟ บางนา อัสสัมชัญ สมุทรปราการ เป็นต้น
เรียกได้ว่า เด็กเตรียมความพร้อมเพื่อโรงเรียนเหล่านี้
เด็กจะสอบติดโรงเรียนในเครือคาทอลิก ประมาณร้อยละ 97 ต่อปี
เข้าชั้น ป.1 ก็อ่านได้เลย  หลักการสอนอ่านก็เป็นลักษณะสอดคล้องกัน
เด็กอนุบาลโรงเรียนนี้ เรียกว่า หลับตาข้างหนึ่งเข้าห้องสอบได้เลย ติดค่อนข้างแน่
ดังนั้น  เด็กโรงเรียนนี้ จึงไม่ได้ถูกฝึกฝนเพื่อสอบเข้าโรงเรียนสาธิตเป็นหลัก
เด็กจึงสอบติดสาธิตปีละประมาณร้อยละ 1-2
เรามาดูโรงเรียนอนุบาลอื่นๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับโรงเรียนสาธิตบ้าง
เช่นโรงเรียนอนุบาลฉัตรเฉลิม  โรงเรียนอนุบาลแสงโสม ใกล้สาธิตเกษตรศาสตร์
ทั้งสองโรงเรียนนี้ มีนักเรียนสอบติดสาธิตเกษตร จำนวนมาก
คือ ประมาณร้อยละ 20-30 ต่อปี เลยที่เดียว  เรียกได้ว่า โรงเรียนติวที่อื่นไม่มีความจำเป็นเลย
แค่เรียนในโรงเรียน และผู้ปกครองเน้นสอนเองเพิ่มเติมอีกหน่อยก็น่าจะมีโอกาส
ได้เข้าเรียนในโรงเรียนสาธิตสมใจครับ
ดังนั้น หากว่าท่านใดที่ลูกเรียนอยู่ในโรงเรียนที่ไม่ได้มุ่งเน้น
การเรียนการสอนเพื่อสอบเข้าโรงเรียนสาธิตฯ โดยเฉพาะ
ก็จำเป็นต้องฝึกฝนลูกๆ มากยิ่งขึ้น และอาจต้องให้เรียนพิเศษเพิ่มเติม
เพื่อที่เด็กจะได้มีความพร้อมเพียงพอ ต่อการสอบแนวสาธิตครับ
โชคดีทุกท่านครับ

Thursday, March 20, 2014

สมัครสอบสาธิต มศว.ประสานมิตร อนุบาล3

ระหว่างนั่งรถไปสอบตอนเช้ามืด
6.32 น. ใกล้ถึงโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตรแล้ว อีก ไม่เกิน 5 นาที

จากวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 น้องปั้นไปสมัครสอบ
ที่ รร สาธิต มศว ประสานมิตร ฝ่ายประถม สอบเข้าอนุบาล 3 จ้า
พอถึงวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2557 เป็นวันสอบจริง
น้องปั้นลองไปเรียนพิเศษหลักสูตรเข้มข้น ก่อนสอบมา 2 สัปดาห์
ทดลองสอบในห้อง จะเกาะกลุ่มเป็นลำดับท้ายๆ ดูแล้ว
มีแนวโน้มสอบไม่ผ่าน เพราะไม่ค่อยเข้าใจคำสั่ง

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ปะป๊าก็เห็นว่า น้องปั้นผ่านการทดสอบ
อันแสนโหด สำหรับ เอนทรานซ์ฟันน้ำนมได้แล้ว
น้องปั้นตั้งใจฝึกฝนทำแบบฝึกหัด โดยเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป
ตั้งแต่พวกเรา เริ่มมีคำว่าสาธิตเข้ามาเป็นโรงเรียนทางเลือกให้ลูก
ซึ่งมันก็เหลือเวลาเตรียมตัวแค่ 4 เดือนก่อนสอบเท่านั้นเอง
น้องปั้นยังคงสับสนอยู่บ้าง เพราะไม่เข้าใจศัพท์หลายๆตัวที่เป็นไทย
เช่น เสียงสัตว์ร้องแบบไทย ก็ไม่เข้าใจ เป็นต้น
น้องปั้นจะฝึกฝนทำข้อสอบต่างๆ  แบบตั้งใจตามที่ปะป๊าสอน หรือแม่นุ้ยติว
พยายามทำความเข้าใจ แต่ก็ยากสำหรับเด็กเล็กๆ เพราะยังไม่แม่นยำ
และทำความเข้าใจยากอยู่บ้าง เช่น ข้างซ้าย ข้างขวา คานน้ำหนัก
ปะป๊าเวลาสอนยิ่งลำบาก เพราะจะอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ
เช่น which hand is left?  น้องปั้นชูมือซ้าย  ปะป๊าตอบว่า right  บ่อยครั้งก็งงกันไป
หลังๆ ต้องใช้คำว่า  ข้างไหนซ้าย ข้างไหนขวา   แต่ปะป๊าก็ตอบว่า right เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม ถึงน้องปั้นจะสอบได้หรือไม่ได้ ปะป๊าก็พอใจ
ที่น้องปั้นกล้าไปสอบ  ขยันฝึกฝน แม้จะมีงอแงอยากเล่นบ้าง
แต่สุดท้ายก็กลับมาทำ  กล้าไปเรียนพิเศษทดลองสนาม
และท้ายสุด ก็กล้าเข้าสอบสนามเอนทรานซ์สำหรับเด็กเล็ก
โดยไม่ร้องไห้ ขอยอมแพ้ก่อน เข้าห้องสอบ 
ออกจากห้องปะป๊าก็ไม่ถามว่าข้อสอบมีอะไรบ้าง
เพราะมันไม่สำคัญแล้ว  น้องปั้นชนะแล้ว
จบ project สอบสำหรับเด็กเล็กซะที

ข้างล่างนี้คัดมาจากความเห็น  ของคนที่สนับสนุนการศึกษา
ระบบเรียนหนักแบบเดิมๆ กับแนวบูรณาการแบบโรงเรียนทางเลือก
ไม่มีอะไรผิด อะไรถูก อยู่ที่ผู้ปกครองจะเลือกทางไหน
คัดมาจาก http://pantip.com/topic/30249135
หลานสาวสามีคนโต เรียนเพลิน ป.1 - ม.3 ตอนนี้ไปต่อ ม.4 ที่สาธิตแห่งหนึ่ง
เพราะเธอเริ่มรู้จักตัวเองตั้งแต่ ม.3 ว่าเธออยากเรียนอะไรที่ไหน
เธอเลือกแนวของเธอได้แล้วค่ะ อ่านออกได้ดี เรียนได้เก่ง
หลานมาเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกอยากเป็นหมอแต่ตอนนี้ชอบเภสัชมากกว่าแล้ว
ส่วนเพื่อนในห้อง บางคนก็เริ่มล้ากับการเรียนเพราะถูกอัดกันมาแต่ประถม
หลานที่เรียนเพลินนี่รู้จักใช้เวลาว่างทำงานอดิเรกให้เป็นรายได้ที่ดีด้วย
มองไม่เห็นปัญหานะคะ ปัญหาอยู่ที่พ่อแม่เองว่าเคยเข้าใจหรือเปล่า
ว่าเด็กพร้อมที่จะเรียนรู้ตอนกี่ขวบ จินตนาการของเด็ก ๆ
มันสวยงามมากกว่าจะถูกปิดด้วย ก ข ค หรือ abc นะคะ

อีกหนึ่งข้อคิดเห็น เลือก "เพลินพัฒนา" สำหรับเป็นบ้านหลังที่ 2 ของลูกค่ะ
เพราะเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดของลูกไม่ใช่การเรียนเก่งได้เกรด 4
แต่เชื่อว่า วิธีการคิด การคิดเป็น การรู้จักตัวเอง
และการที่ลูกมีความสุขในการเรียนรู้ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูกมากกว่าค่ะ
เพราะเป้าหมายในการเลี้ยงลูกของดิฉันมีคือ...
ต้องการให้เค้าโตขึ้นเป็นคนดีที่ดูแลตัวเองได้และมีความสุขแค่นั้นก็พอแล้วค่ะ
***ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ^ ^***

อีกหนึ่งความคิดที่แตกต่าง แนวบูรณาการหลักการทุกอย่างมันดูดี
แต่อย่าลืมว่าที่นี่คือประเทศไทยที่เน้นวัดคนจากมหาวิทยาลัย
และปัญหาของเด็กบูรณาการคือ สอบแข่งเข้ามหาวิทยาลัยในคณะดีๆ กับเค้าไม่ค่อยได้
ซึ่งวุฒิการศึกษาที่จะได้มันจะเป็นใบเบิกทางเข้าสู่สังคมการทำงาน 
ผมยอมรับเลยว่าไม่กล้าเอาอนาคตของลูกมาเสี่ยง
และผมก็ไม่รวยพอที่จะส่งลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ 
ซึ่งผมว่าหลายๆ ครอบครัวก็คงคิดแบบนี้

ประกาศผลสอบออกมาวันที่ 26 มีนาคม 2557
น้องปั้นสอบไม่ติดครับ

ปีการศึกษา 2558 น้องปั้น จะเข้าเรียนที่โรงเรียนเพลินพัฒนาครับ

คุณครูของหนู

ครูอี๊ด (เตรียมอนุบาล A) ของน้องป้อน




ครูอ๋อย K2E ของพี่ปั้น

Tuesday, February 4, 2014

อนุบาลรำลึก

ดาวโหลดเพลง
 
เพลงอนุบาลรำลึก
 
ดอกนกยูง บานเด่น เดือนเมษา

สะดุดตา ดอกใบ แผ่ไพศาล

นั่นแหละคือ สัญลักษณ์ อนุบาล

ดอกแสดเด่น ชูก้าน เขียวขจี

เรานี้ ดังพี่น้อง ปองรักใคร่

สามัคคี ร่วมใจ กันเต็มที่

รักกันไว้ ด้วยน้ำใจ และไมตรี

จากไปแล้ว ก็ยังมี ใจสัมพันธ์

คราใด เห็นดอก นกยูงบาน

เหมือนเป็น สัญญาณ เรียกขวัญ

อนุบาล อนุบาล จะรักกัน

รักกันมั่น รักกัน นิรันดร

Monday, February 3, 2014

เกณฑ์อายุเด็กสอบสาธิตประถม

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สาธิตจุฬา)
เกิดระหว่างวันที่   ปีสอบ       รับเข้าศึกษาในระดับชั้น
1 ธ.ค. 2550 - 30 พ.ย. 2551      มี.ค. 2557        ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1)
1 ธ.ค. 2551 - 30 พ.ย. 2552      มี.ค. 2558        ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1)
1 ธ.ค. 2552 - 30 พ.ย. 2553      มี.ค. 2559        ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1)

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สาธิตจุฬา)
อายุที่รับ: มีอายุระหว่าง 5 ปี 6 เดือน ถึง 6 ปี 6 เดือน โดยนับอายุถึงวันที่ 31 พฤษภาคม              
จำนวนที่รับ: 100 คน
การคัดเลือก: คัดผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 100 คนแรก (โดยไม่แบ่งช่วงอายุ)
วิชาที่สอบ: ข้อสอบเชาว์, ภาษาไทย และเลข รวมๆ กัน
ข้อสอบ: ประมาณ 40 ข้อ
เวลาที่สอบ: ประมาณ 2 ชั่วโมง


โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (สาธิตประสานมิตร)
เกิดระหว่างวันที่    ปีสอบ      รับเข้าศึกษาในระดับชั้น
1 มิ.ย. 2551 - 31 พ.ค. 2552     มี.ค. 2557          ชั้นเด็กเล็ก (อ.3)
1 มิ.ย. 2552 - 31 พ.ค. 2553          มี.ค. 2558          ชั้นเด็กเล็ก (อ.3)
1 มิ.ย. 2553 - 31 พ.ค. 2554        มี.ค. 2559          ชั้นเด็กเล็ก (อ.3)

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (สาธิตประสานมิตร)
อายุที่รับ: มีอายุระหว่าง 4 ปี ถึง 5 ปี โดยนับอายุถึงวันที่ 31 พฤษภาคม โดยรับเข้าศึกษาในระดับชั้นเด็กเล็ก (อ.3)              
จำนวนที่รับ: 100 คน
การคัดเลือก: คัดผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 100 คนแรก (โดยไม่แบ่งช่วงอายุ)
วิชาที่สอบ: ส่วนใหญ่เป็นข้อสอบเชาว์
เวลาที่สอบ: ประมาณ 1 ชั่วโมง


โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สาธิตเกษตร)
เกิดระหว่างวันที่    ปีสอบ     รับเข้าศึกษาในระดับชั้น
16 ธ.ค. 2550 - 15 ธ.ค. 2551         มี.ค. 2557       ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1)
16 ธ.ค. 2551 - 15 ธ.ค. 2552         มี.ค. 2558       ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1)
16 ธ.ค. 2552 - 15 ธ.ค. 2553         มี.ค. 2559       ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1)

โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สาธิตเกษตร)
อายุที่รับ: มีอายุระหว่าง 5 ปี 6 เดือน ถึง 6 ปี 6 เดือน โดยนับอายุถึงวันที่ 15 มิถุนายน              
จำนวนที่รับ: ทั้งหมด 280 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบุคคลทั่วไปจำนวน 130 คน และกลุ่มบุตรของบุคคลากรของมหาวิทยาลัย รวมถึงบุตรหลานของผู้ทำคุณประโยชน์ จำนวน 150 คน
การคัดเลือก: กลุ่มบุคคลทั่วไปจำนวน 130 คน จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ตามช่วงอายุ คือ อายุตั้งแต่ 5 ปี 6 เดือน ถึง 5 ปี 11 เดือน (กลุ่มเด็กเล็ก) และ อายุตั้งแต่ 6 ปี ถึง 6 ปี 6 เดือน (กลุ่มเด็กโต)
โดยจะคำนวณจากอัตราส่วนผู้สมัครในแต่ละกลุ่มอายุ และเรียงลำดับคะแนนจากสูงสุดลงมาจนถึงจำนวนที่ต้องการรับในแต่ละกลุ่มอายุ และยังพิจารณาให้มีสัดส่วนของเด็กชายและเด็กหญิงใกล้เคียงกันด้วย
วิชาที่สอบ: ข้อสอบเชาว์ประมาณ 50%, ภาษาไทย-เลข-ความรู้ทั่วไป รวมกันประมาณ 50%
ข้อสอบ: ประมาณ 60 ข้อ ตอบในกระดาษคำตอบ แบ่งออกเป็น 6 ชุด ชุดละ 10 ข้อ กระดาษคำตอบจะมีหลายสีให้เลือกตอบให้ถูกชุด และให้กระดาษทดเป็นสีเหลือง
เวลาที่สอบ: ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง มีพักครึ่ง
                             

Friday, January 10, 2014

กีฬาสีเด็กอนุบาล ปั้น

กีฬาสีครั้งแรกของน้องปั้น ที่ได้เดินพาเหรดจริงๆ
วันที่ 10 มกราคม พ.ศ 2557
สมัยตอนอยู่อนุบาล 1 เขายังไม่ให้ออกมาเดินพาเหรด
แต่ตอนนี้น้องปั้นอยู่ชั้นอนุบาล2 แล้ว
เลยได้เดินพาเหรดเป็นสีๆ ซะที