Search NuiPik Blog ลองใส่คำดูสิค่ะ

Showing posts with label ทั่วไป. Show all posts
Showing posts with label ทั่วไป. Show all posts

Wednesday, March 4, 2015

ป้อน 4 ขวบ ผ่าตัดทอนซิลและอะดินอยด์ @ ร.พ. ตา หู คอ จมูก

ตอนพี่ปั้น 3 ขวบ ก็เข้ารับการผ่าตัดทอนซิลและอะดินอยด์
http://nuipik.blogspot.com/2012/07/blog-post_03.html


คราวนี้ถึงคิวน้องป้อนบ้าง
ที่จริงแล้วป้อนพบคุณหมอประกอบเกียรติ หิรัญวิวัฒน์กุล
(โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์)
พร้อมกับพี่ปั้น และปะป๊า มาประมาณปีกว่าๆ มาแล้ว
สาเหตุ คือ ป้อนนอนกรน มีอาการหายใจครืดคราด
นอนดิ้น เหมือนหลับไม่สนิท ตื่นกลางคืนบ่อย
เบื้องต้น คุณหมอให้ป้อนไป X-Ray ก็ได้ความว่าต่อมอะดินอยด์โตมาก
แต่ด้วยคุณหมอเห็นว่าป้อนยังเล็ก น่าจะลองให้ทานยาซักระยะ
เผื่อจะดีขึ้น  คุณหมอให้ป้อนทานยา Ormist และ Singulair
วันละ 1 ครั้งก่อนนอน
แต่ดูเหมือนว่า ป้อนยังคงนอนกรนและดิ้น
เหมือนหลับไม่สนิทอย่างเดิม

11.11.2557 คุณหมอให้ป้อนไปทำ Sleep Test
ซึ่งผลก็ออกมาว่า ป้อนมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับด้วย
http://nuipik.blogspot.com/2014/11/sleep-test.html


14.02.2558 มาบคุณหมอตามนัดที่ ร.พ. จุฬาฯ ทั้งครอบครัว
คุณหมออธิบายให้ฟังว่า การผ่าตัด ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง
ในการรักษา ซึ่งในกรณีของป้อน (อายุ 4 ขวบ) คุณหมอก็
แนะนำให้รับการผ่าตัดต่อมอะดินอยด์และต่อมทอนซิล
ซึ่งจากผลการ X-Ray และการทำ Sleep Test
 จะเห็นว่าต่อมอะดินอยด์อักเสบและโตมาก

ก็เหมือนกับพี่ปั้น
ป้อนจะต้องมารับการผ่าตัดที่ โรงพยาบาลตา หู คอ จมูก
แต่ปัญหาสำหรับแม่นุ้ยในตอนนี้
ไม่ใช่เรื่องการตัดสินใจให้ป้อนทำผ่าตัด...
แต่คือ เรื่องการงดน้ำ งดอาหาร ก่อนการทำผ่าตัดของป้อน
มัน  ยาก  มาก!!!

ปรึกษาคุณหมอ ขอให้คุณหมอทำผ่าตัดตอนเช้าได้มั้ย
เนื่องจากปกติ คุณหมอจะทำผ่าตัดที่ ร.พ. ตา หู คอ จมูก
หลังจากออกตรวจคนไข้เสร็จ ซึ่งก็ประมาณหัวค่ำ ของวันเสาร์-อาทิตย์
ดงนั้นคุณหมอบอกว่า ถ้าอยากทำผ่าตัดตอนเช้า
ต้องเลือกวันที่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์

04.03.2558 วันฤกษ์ดี วันพระ วันมาฆบูชา
ป้อนนอนหลับตอนคืน
เลยทำให้งดน้ำ งดอาหาร ได้อย่างง่ายดาย
07.30 น. ก็มาเตรียมพรอมที่โรงพยาบาล
(โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวว่าจะต้องโดนทำผ่าตัด)
X-Ray ผ่านไปด้วยดี เพราะป้อนคุ้นเคย
เจาะเลือด เจ็บนิดหน่อยย แต่ก็ไม่เป็นปัญหา




09.00 น. ถึงเวลาเข้าห้องผ่าตัด
เข้าไปก็นั่งคุยกับคุณหมอซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์อยู่พักใหญ่

พอ 10.00 น. คุณหมอชวนป้อนเข้าไปเป่าลูกโป่ง
ป้อนก็เดินตามเข้าไปโดยดี (นึกว่าพาไปเล่นมั๊ง)
เป่า 2 ที หลับคร่อก!

ประมาณ 11.00 น. คุณหมอประกอบเกียรติ ออกมาจากห้องผ่าตัด
พร้อมกระปุกใส่ ชิ้นส่วนต่อมอดินอยด์และต่อมทอนซิล
ที่ตัดออกมา... มัน ใหญ่ มาก!

 



ป้อนออกมาจากห้องผ่าตัดก็สะลึมสะลือ
ร้องไห้นิดหน่อย แต่พอคุณหมอบอกว่าถ้าร้องไห้
แล้วเดี๋ยวจะเลือดออก ก็อึด ฮึด ได้แต่น้ำตาไหลอย่างเดียว
คงระบมแผลในคอน่าดู
อุ้มกันอยู่ในห้องพักฟื้นดูอาการหลังผ่าตัดเกือบชั่วโมง
ก็พร้อมกลับห้องพัก




พอฟื้น หายมึน ก็ขอดื่มน้ำ
ให้อมน้ำแข็งก็ยอม ให้ทานยาก็แสนง่าย
ซนๆ อย่างป้อน ไม่น่าเชื่อว่าจะ ว่าง่าย
ป้าๆ พยาบาลชมกันใหญ่
ป้อนทานน้ำแข็ง ทานยาได้ครบทุกมื้อ
ฟื้นตัวจนเกือบปกติได้เร็วมาก
นอนโรงพยาบาลกัน 1 คืน ก็กลับบ้านได้




ข้อมูลเพิ่มเติมอีกหน่อย
คัดลอกมาจาก

รศ.นพ.วิชญ์  บรรณหิรัญ
ภาควิชา โสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=898



การผ่าตัดต่อมทอนซิล และ/หรือ ต่อมอะดีนอยด์
(Tonsillectomy / Adenoidectomy)


            ต่อมทอนซิล (Tonsil)  และต่อมอะดีนอยด์ (Adenoid) เป็นเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลืองชนิดเดียวกันที่อยู่ในบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน  โดยต่อมทอนซิลจะมีอยู่หลายต่ำแหน่ง แต่ที่เห็นชัดที่สุดเวลาอ้าปากจะมี 2 ก้อนอยู่ช่องคอข้างลิ้นไก่และโคนลิ้น  ส่วนต่อมอะดีนอยด์จะอยู่ในส่วนหลังของโพรงจมูกทำให้มองไม่เห็นจากการตรวจธรรมดา  การผ่าตัดต่อมทอนซิลและ/ หรือต่อมแอดีนอยด์ออก จะทำเมื่อ มีการติดเชื้อเรื้อรัง หรือเป็นๆหายๆ เช่น มีไข้, คัดจมูก, น้ำมูกไหลเรื้อรัง จนรบกวนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย  หรือใช้รักษาอาการนอนกรนและภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดอุดกั้น ซึงนิยมทำและได้ผลดีมากในเด็ก  การผ่าตัดทั้งสองอย่างนี้นิยมทำพร้อมกันในการผ่าตัดครั้งเดียว ภายใต้การดมยาสลบ โดยพทย์จะใส่เครื่องมือทางช่องปาก จึงไม่มีบาดแผลใดๆ ที่มองเห็นได้จากภายนอก  ใช้เวลาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลราว 1-2 วัน  ผลจากการผ่าตัดมีผลต่อภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยน้อยมาก  ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงในการติดเชื้อหลังผ่าตัดน้อย

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด  ผู้ป่วยควรจะรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เช่น พักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันไข้หวัดหรือการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน ซึ่งอาจทำให้ต้องเลื่อนการผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยบางรายที่รับประทานยาบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน หรือ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องหยุดยาก่อนผ่าตัดหลายวัน ทั้งนี้ต้องปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินความพร้อมของผู้ป่วยสำหรับการผ่าตัด ซึ่งอาจต้องตรวจเลือด ภาพถ่ายรังสี หรือคลื่นหัวใจแล้วแต่ความจำเป็น นอกจากนี้ก่อนผ่าตัดจะมีวิสัญญีแพทย์และพยาบาลจะมาให้ความรู้  เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดมยาสลบ  และควรงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง (หรือตามความจำเป็น)   เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ  ซึ่งในกรณีของผู้ป่วยเด็กผู้ปกครองจะต้องดูแลตามคำสั่งของแพทย์อย่างเคร่งครัด


ความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด โดยทั่วไปมักไม่รุนแรงและพบน้อยได้แก่ เลือดออกจากจมูก หรือปาก ซึ่งปกติมักมีปริมาณไม่มากและหยุดได้เอง แต่บางรายถ้าเลือดออกไม่หยุดอาจต้องไปทำการห้ามเลือดในห้องผ่าตัด   ผู้ป่วยอาจรู้สึกหายใจลำบากจากการบวมของทางเดินหายใจรอบแผลผ่าตัด  ซึ่งถ้าอาการรุนแรง อาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจ หรือเจาะหลอดลมคอ  ผู้ป่วยจะพูดได้ชัดปรกติและมีผลต่อเสียงหรือการพูดน้อยมาก ยกเว้นผู้ที่ต้องใช้เสียงเป็นอาชีพเช่น นักร้อง หรือนักพากย์ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน     นอกจากนี้อาจมีความเสี่ยงจากการดมยาสลบ   เช่น เสียงแหบจากการใส่ท่อช่วยหายใจ แผลบริเวณเหงือก ลิ้น บางรายที่ฟันไม่แข็งแรง อาจมีฟันโยกได้ เนื่องจากต้องใช้เครื่องมือในช่องปาก  อย่างไรก็ตามแม้ว่าผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น ปอดอักเสบจากการสูดสำลัก หรือน้ำท่วมปอด  พบได้น้อยมาก แต่ถ้าผู้ป่วยมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับรุนแรง และมีโรคประจำตัว เช่น อ้วนมาก เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคเลือดออกผิดปกติ หรือ มีโรคหัวใจและโรคปอดร่วมด้วย  จะมีอัตราเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้สูงขึ้น

การปฏิบัติตนและสิ่งที่ควรทราบหลังผ่าตัด  
            1. ผู้ป่วยจะได้รับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และส่วนมากสามารถกลับบ้านได้หลังผ่าตัด 24-48 ชั่วโมง หากรับประทานอาหารได้เพียงพอ และไม่มีภาวะแทรกซ้อน  ใช้เวลาพักทั้งหมดฟื้นราว 7-10 วัน
            2. ผู้ป่วยจะมีแผล โดยมักเห็นเป็นฝ้าสีขาวอยู่ในช่องคอตรงบริเวณเดิมของต่อมทอนซิลทั้งสองข้าง ซึ่งจะค่อยๆ หายเองภายใน 7-14 วัน   นอกจากนี้ในช่วงวันแรก ๆ อาจมีอาการเจ็บคอ  กลืนลำบาก  รับประทานไม่ค่อยสะดวก ทำให้น้ำหนักลดได้   โดยผู้ป่วยจะได้รับยาที่จำเป็น เช่น ยาแก้ปวด  ยาแก้อักเสบ  หรือ ยาหยอดจมูก เพื่อห้ามเลือด เป็นต้น 
            3. หลังการผ่าตัดสัปดาห์แรก ทางเดินหายใจมักจะบวมขึ้น อาจทำให้หายใจไม่สะดวก และกรนไม่ดีขึ้น นอกจากนี้อาจมีเลือดออกได้ ดังนั้นควรนอนศีรษะสูง โดยใช้หมอนหนุน หรือเตียงที่ปรับได้  อมและประคบน้ำแข็งที่คอบ่อยๆ งดเล่นกีฬาที่หักโหมหรือยกของหนักชั่วคราว และหลีกเลี่ยงการขับเสมหะ การสั่งน้ำมูกหรือจามแรงๆ  โดยทั่วไปผู้ป่วยอาจมีน้ำลายหรือน้ำมูกปนเลือดออกเล็กน้อย ซึ่งถ้านอนพักและใช้ยาหยอดจมูกมักจะดีขึ้น อย่างไรก็ตามถ้าอาการเป็นรุนแรงขึ้นควรรีบไปโรงพยาบาลพบแพทย์ทันที   
            4. ใน 2-3 วันแรกควรรับประทานอาหารเหลวที่เย็น เช่น ไอศกรีม  หรือน้ำดื่มที่ให้พลังงาน หรือ อาหารอ่อน เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม  แต่ไม่ควรรับประทานอาหารที่แข็งหรือร้อน หรือ รสเผ็ดรสจัดเกินไป  อย่างน้อย 1 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด 
            5. ควรรักษาความสะอาดในช่องปาก เช่น บ้วนปากและแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร
การนัดตรวจติดตามอาการ  แพทย์จะนัดมาดูอาการและฟังผลชิ้นเนื้อ (ถ้ามีการส่งตรวจ) ครั้งแรกประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด  และหลังจากนั้น 3-4  สัปดาห์ แพทย์จะนัดมาเพื่อประเมินผลการรักษาเพื่อพิจารณาแนะนำทางปฏิบัติอื่น ๆ ที่เหมาะสมต่อไป


Saturday, December 13, 2014

Bangkok Street Show 2014


เทศกาล Bangkok Street Show 2014 
12-14 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ณ สวนลุมพินี

Tuesday, November 11, 2014

ป้อนไปสวนรถไฟ 11.11.2557

11 พฤศจิกายน 2557 
ป้อนกับเพื่อนๆ ร่วมชั้นเรียนอนุบาล 1 โรงเรียนเพลินพัฒนา
ไปทำกิจกรรมทัศนศึกษานอกสถานที่
ณ สวนรถไฟ

ป้อนกับเพื่อนๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตผีเสื้อที่อุทยานผีเสื้อ
ได้เรียนรู้การขับขี่ปลอดภัย (ด้วยจักรยาน) ที่เมืองจำลองการจราจร
ไดเรียนรู้เรื่องธรรมชาติ ต้นไม้ ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นที่สวนรถไฟ


cr :  ขอบคุณภาพจาก FB โรงเรียนเพลินพัฒนาค่ะ









ป้อน Sleep Test @ ศูนย์นิทราเวท ร.พ. จุฬา




ผลจาการนอนกรนของน้องป้อน
คุณหมอประกอบเกียรติ ร.พ. จุฬา เลยส่งตัวให้น้องป้อน
มาตรวจการนอนหลับ ที่ศูนย์นิทราเวท ร.พ. จุฬา
--------

11-11-2557  21:00 น.
น้องป้อนได้คิวทำการตรวจการนอนหลับ
ว่าจะมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่ อย่างไร

ในการตรวจการนอนหลับแต่ละครั้ง 
ผู้เข้ารับการตรวจต้องโทร. เพื่อทำนัดวันตรวจการนอนหลับ
คลินิคตรวจการนอนหลับจะเปิดทำการ 20:00-07:00 น.
ก็เรียกว่าเมื่อได้วันนัดแล้ว
พอถึงวัน และเวลา ที่ได้นัด ก็อาบน้ำ สระผม มาให้พร้อมค่ะ
แต่อันที่จริงก็มาอาบน้ำสระผมที่ห้องพักของศูนย์ฯ ก็ได้นะคะ
สถานที่สะอาด ใหม่กริ๊บ ดูดีมากที่เดียว

ถ้าเป็นเคสเด็กน้อยแบบน้องป้อน วัยเกือบ 4 ขวบ 
ทางเจ้าหน้าที่ ที่ศูนย์นิทราเวท ก็แอบกระซิบว่า 
ถ้าเป็นไปได้ ก็ไม่ต้องให้น้องนอนกลางวันมานะคะ  
พอถึงเวลาเทส น้องจได้หลับปุ๋ยเลย

น้องป้อนก็ลั้นลาาาาาา 
นึกว่าพามาเปลี่ยนที่นอน
อารมณ์ดี  ทักทายเจ้าหน้าที่ แบบสบายใจ เพราะไม่รู้ว่าจะโดนอะไรบ้าง
ซักพักพอเจ้าหน้าที่เริ่มเข้ามาติดอุปกรณ์
พอเยอะขึ้น  เยอะขึ้น  เยอขึ้น...
เริ่มไม่สนุกแล้วคับ

แต่ก็ไม่ร้องโวยวายนะคะ  แค่ดูว่าจะใจเสียเล็กๆ 
ก็ยอมนอนหลับไปทั้งน้ำตา 
กอดแม่ไป หลับไป ทั้งคืน






พอตี 5 ครึ่ง เจ้าหน้าที่ก็มาถอดอุปกรณ์
พร้อมกับย้ำว่า ศูนยฯ ปิด 7 โมงนะคับ
บ้านเราก็แพ็คของ บ๊ายบาย ศูนย์นิทราเวท

อีกประมาณ 3 สัปดาห์ ก็รอฟังผลทาง internet 
ใน website ของศูนย์ฯ ตาม User ID และ Password ที่ได้รับมา


ผลการตรวจการนอนหลับของน้องป้อนค่ะ
คุณหมอประกอบเกียรติ บอกว่า 
น้องป้อนมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ8 ครั้ง
ซึ่งก็ควรได้รับการผ่าตัดต่อมอะดินอยด์ ที่เป็นอุปสรรคในการหายใจของน้องป้อนค่ะ

เดือน มีนาคม 2558 น้องป้อนคงจะได้รับการผ่าตัดค่ะ







Friday, November 7, 2014

เทศกาลลมข้าวเบา...เงาเดือนเพ็ญ 07.11.2557

หลังจากน้องป้อนเข้าเรียนที่โรงเรียนเพลินพัฒนาได้สัปดาห์กว่า ๆ
ก็เข้าสู่เทศกาลลมเข้าเบา...เงาเดือนเพ็ญ (5-7 พ.ย. 2557)
ซึ่งถือว่าเป็นงานประจำปีของโรงเรียนเพลินพัฒนาเลยก็ว่าได้

ช่วงเดือน ๑๑ และ ๑๒ ของไทยจะมีลมว่าว เป็นลมเย็นสดชื่นที่พัดจากทางเหนือตามลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา หรือจากทิศเหนือไปสู่ทิศใต้ในช่วงต้นของฤดูหนาว กลายเป็นลมเย็นสบาย พัดมาในช่วงเวลาที่น้ำเปี่ยมฝั่ง ข้าวเต็มนา ปลาเต็มหนอง ท้องฟ้าแจ่มใสกระจ่าง พืชพันธุ์เขียวชอุ่ม ลมนี้พัดมาพร้อมกับของขวัญจากท้องนาคือ ข้าวชุดแรกที่สุกเร็ว ซึ่งเรียกกันว่า ข้าวเบา ลมแห่งความสุขนี้ จึงถูกขานเรียกกันว่า ลมข้าวเบา
       

        เนื่องจากเกิดในระยะเก็บเกี่ยวข้าวที่ให้ผลเร็ว ซึ่งจะเก็บเกี่ยวในเดือน ๑๒ เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย น้ำใสเต็มตลิ่งหลังฤดูฝน จันทร์กระจ่างฟ้าเนื่องด้วยเป็นช่วงฟ้าใส ปลอดเมฆฝน ชาวบ้านว่างจากไร่นาที่ลงแรงหว่านผลไว้เมื่อคราวฤดูฝน เป็นช่วงที่เริ่มต้นฤดูหนาวที่สดชื่น แจ่มใส ฤดูแห่งการรอคอยที่จะเก็บเกี่ยวผลที่ลงไว้ จึงเกิดมีประเพณีรื่นเริงของชาวบ้าน ในช่วงเดือน ๑๑-๑๒ นี้ นับตั้งแต่ประเพณีวันสารท วันออกพรรษา ประเพณีลงแขกเกี่ยวข้าว ลงแขกจับปลา การเที่ยวทุ่ง (ปิคนิคโบราณด้วยการพายเรือ) การละเล่นต่างๆ การเล่นเพลงพื้นบ้านต่างๆ
     
       และที่เป็นจุดเด่นของเทศกาลในช่วงนี้คือ ประเพณีลอยกระทง ซึ่งเป็นการรู้คุณค่าต่อธรรมชาติ ที่นำความสุข ความอุดมสมบูรณ์มาสู่ชีวิต โรงเรียนเพลินพัฒนาได้เห็นคุณค่าของประเพณีที่ดีงาม และนับเป็นประเพณีที่มีคุณค่าต่อ ครอบครัว ชุมชน สังคม จึงจัดเทศกาล "ลมข้าวเบา...เงาเดือนเพ็ญ" ขึ้นในสัปดาห์ที่มีวันลอยกระทงของทุกปี



ตอนแรกก็คิดว่าเด็กอนุบาลก็คงได้ร่วมกิจกรรมเพียงแค่ใส่ผ้าไทย
ตลอดช่วงวันและเวลาของการจัดงานเท่านั้น
แต่ก็ได้รับทราบจากจดหมายที่คุณครใส่มาในกระเป๋านักเรียนของป้อน
ว่าเด็กชั้นอนุบาล จะมีส่วนร่วมการแสดงในเทศกาลนี้ด้วย

ห้องอนุบาล 1/2 จมีการแสดงบนเวทีในวันศุกร์ที่ 7 พ.ย. 2557

อ๊ะ!!!
ป้อนจะขึ้นเวทีแสดง OMG!!! ฮีจะยอมทำมั้ยเนี่ยะ?!

เมื่อวันงานมาถึง  ลาเลยค่ะ แม่นุ้ย ปะป๊า พี่ปั้น คุณตา คุณยาย
ไปกันหมด ไปโรงเรียนเพลินพัฒนา 
เตรียมตัว เตรียมใจ มาเชียร์ป้อนขึนเวที
ฝนตกชุ่มฉ่ำก่อนเวลาเริ่มงาน
อากาศดีเชียว

นั่งรออยู่ข้างเวทีกันได้ซักพัก 
ก็เห็นป้อนเดินเข้าแถวมาข้างเวทีพร้อมคุณครูและเพื่อนร่วมห้อง
ดูท่าทางป้อนไม่ตื่นเต้น  เอ๊ะ!!! หรือไม่รู้ตัวว่าต้องแสดงบนเวที

และแล้วการแสดงก็เริ่มขึ้น
ยากเกินกว่าจะบรรยายแล้วค่ะ
เชิญชมคลิปนะคะ



ผู้ชมคงเห็นป้อนในคลิปนะคะ
เพราะฮีไม่ธรรมดาาาาาาาาาาาาาา
อินดี้มว๊าก   ลูกใครหว่า ^ ^



Thursday, July 17, 2014

ผลการพิจารณารับนักเรียนโรงเรียนเพลินพัฒนาของน้องปั้น

ผลการพิจารณารับนักเรียนระดับชั้น 1 
โรงเรียนเพลินพัฒนา 
น้องปั้น ติดสำรอง ลำดับที่ 25 ค่ะ

แต่ก็ยังมีลุ้นนะคะ เพราะถ้าน้องป้อนได้รับการพิจารณา
ให้เข้าเรียนในชั้นอนุบาล 1 ของภาคเรียน จิตตะ
พี่ปั้นก็มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณา เนื่องจากผู้ปกครองจะถือว่า
เป็นผู้ปกครองภายในค่ะ





Sunday, April 13, 2014

สงกรานต์ @ บ้านสวน 2557

สงกรานต์ปีนี้ (2557) รวมญาติมิตรเกือบครบแก๊งค์
13 เมษายน 2557 ที่บ้านสวนไทรน้อย

4 มือปืน (ฉีดน้ำ) เริ่มจากทางซ้าย
ป้อน ปั้น กัน และ น้ำ
 หลายลีลา (เพราะกว่าจะจับรวมกันได้)

 พร้อมด้วย น้าตั๋ง
หัวหน้าแก๊งค์เด็ก



Friday, March 28, 2014

วิเคราะห์โอกาสเด็กที่สอบเข้าสาธิตฯประถมได้

แนวโน้มเด็กที่มีโอกาสจะสอบเข้าโรงเรียนสาธิตฯ ต่างๆ ได้
โดยเฉพาะสาธิตดัง คือ สาธิตจุฬา สาธิตเกษตร สาธิต มศว.ประสานมิตร
เด็กต้องมีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้ามาพอสมควร โดยเฉพาะทักษะด้านเชาวน์ปัญญา
ผมมาวิเคราะห์ดู  เห็นว่าโรงเรียนอนุบาลที่เด็กเรียนอยู่
โดยเฉพาะโรงเรียนอนุบาลที่ไม่มีชั้นประถมต่อเนื่อง
เด็กจำเป็นต้องออกไปหาที่เรียนใหม่ทุกคนในระดับประถมศึกษา
ต้องมีจุดมุ่งหมายหลัก ว่าจะสอนเด็กเพื่อสอบเข้า โรงเรียนประถมที่ไหน
โดยส่วนใหญ่มักจะอิงโรงเรียนประถมที่ตั้งอยู่ในพื่้นที่ใกล้เคียงกับโรงเรียนอนุบาลนั้นๆ
ตัวอย่างเช่น โรงเรียนอนุบาลเจริญพงศ์ ย่านสมุทรปราการ
ซึ่งเน้นวิชาการให้เด็กอ่านออกเขียนได้
และโรงเรียนประถมในใจก็คือ โรงเรียนเซนโยเซฟ บางนา อัสสัมชัญ สมุทรปราการ เป็นต้น
เรียกได้ว่า เด็กเตรียมความพร้อมเพื่อโรงเรียนเหล่านี้
เด็กจะสอบติดโรงเรียนในเครือคาทอลิก ประมาณร้อยละ 97 ต่อปี
เข้าชั้น ป.1 ก็อ่านได้เลย  หลักการสอนอ่านก็เป็นลักษณะสอดคล้องกัน
เด็กอนุบาลโรงเรียนนี้ เรียกว่า หลับตาข้างหนึ่งเข้าห้องสอบได้เลย ติดค่อนข้างแน่
ดังนั้น  เด็กโรงเรียนนี้ จึงไม่ได้ถูกฝึกฝนเพื่อสอบเข้าโรงเรียนสาธิตเป็นหลัก
เด็กจึงสอบติดสาธิตปีละประมาณร้อยละ 1-2
เรามาดูโรงเรียนอนุบาลอื่นๆ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกับโรงเรียนสาธิตบ้าง
เช่นโรงเรียนอนุบาลฉัตรเฉลิม  โรงเรียนอนุบาลแสงโสม ใกล้สาธิตเกษตรศาสตร์
ทั้งสองโรงเรียนนี้ มีนักเรียนสอบติดสาธิตเกษตร จำนวนมาก
คือ ประมาณร้อยละ 20-30 ต่อปี เลยที่เดียว  เรียกได้ว่า โรงเรียนติวที่อื่นไม่มีความจำเป็นเลย
แค่เรียนในโรงเรียน และผู้ปกครองเน้นสอนเองเพิ่มเติมอีกหน่อยก็น่าจะมีโอกาส
ได้เข้าเรียนในโรงเรียนสาธิตสมใจครับ
ดังนั้น หากว่าท่านใดที่ลูกเรียนอยู่ในโรงเรียนที่ไม่ได้มุ่งเน้น
การเรียนการสอนเพื่อสอบเข้าโรงเรียนสาธิตฯ โดยเฉพาะ
ก็จำเป็นต้องฝึกฝนลูกๆ มากยิ่งขึ้น และอาจต้องให้เรียนพิเศษเพิ่มเติม
เพื่อที่เด็กจะได้มีความพร้อมเพียงพอ ต่อการสอบแนวสาธิตครับ
โชคดีทุกท่านครับ

Thursday, March 20, 2014

สมัครสอบสาธิต มศว.ประสานมิตร อนุบาล3

ระหว่างนั่งรถไปสอบตอนเช้ามืด
6.32 น. ใกล้ถึงโรงเรียนสาธิต มศว ประสานมิตรแล้ว อีก ไม่เกิน 5 นาที

จากวันเสาร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 น้องปั้นไปสมัครสอบ
ที่ รร สาธิต มศว ประสานมิตร ฝ่ายประถม สอบเข้าอนุบาล 3 จ้า
พอถึงวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2557 เป็นวันสอบจริง
น้องปั้นลองไปเรียนพิเศษหลักสูตรเข้มข้น ก่อนสอบมา 2 สัปดาห์
ทดลองสอบในห้อง จะเกาะกลุ่มเป็นลำดับท้ายๆ ดูแล้ว
มีแนวโน้มสอบไม่ผ่าน เพราะไม่ค่อยเข้าใจคำสั่ง

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ปะป๊าก็เห็นว่า น้องปั้นผ่านการทดสอบ
อันแสนโหด สำหรับ เอนทรานซ์ฟันน้ำนมได้แล้ว
น้องปั้นตั้งใจฝึกฝนทำแบบฝึกหัด โดยเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป
ตั้งแต่พวกเรา เริ่มมีคำว่าสาธิตเข้ามาเป็นโรงเรียนทางเลือกให้ลูก
ซึ่งมันก็เหลือเวลาเตรียมตัวแค่ 4 เดือนก่อนสอบเท่านั้นเอง
น้องปั้นยังคงสับสนอยู่บ้าง เพราะไม่เข้าใจศัพท์หลายๆตัวที่เป็นไทย
เช่น เสียงสัตว์ร้องแบบไทย ก็ไม่เข้าใจ เป็นต้น
น้องปั้นจะฝึกฝนทำข้อสอบต่างๆ  แบบตั้งใจตามที่ปะป๊าสอน หรือแม่นุ้ยติว
พยายามทำความเข้าใจ แต่ก็ยากสำหรับเด็กเล็กๆ เพราะยังไม่แม่นยำ
และทำความเข้าใจยากอยู่บ้าง เช่น ข้างซ้าย ข้างขวา คานน้ำหนัก
ปะป๊าเวลาสอนยิ่งลำบาก เพราะจะอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ
เช่น which hand is left?  น้องปั้นชูมือซ้าย  ปะป๊าตอบว่า right  บ่อยครั้งก็งงกันไป
หลังๆ ต้องใช้คำว่า  ข้างไหนซ้าย ข้างไหนขวา   แต่ปะป๊าก็ตอบว่า right เหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม ถึงน้องปั้นจะสอบได้หรือไม่ได้ ปะป๊าก็พอใจ
ที่น้องปั้นกล้าไปสอบ  ขยันฝึกฝน แม้จะมีงอแงอยากเล่นบ้าง
แต่สุดท้ายก็กลับมาทำ  กล้าไปเรียนพิเศษทดลองสนาม
และท้ายสุด ก็กล้าเข้าสอบสนามเอนทรานซ์สำหรับเด็กเล็ก
โดยไม่ร้องไห้ ขอยอมแพ้ก่อน เข้าห้องสอบ 
ออกจากห้องปะป๊าก็ไม่ถามว่าข้อสอบมีอะไรบ้าง
เพราะมันไม่สำคัญแล้ว  น้องปั้นชนะแล้ว
จบ project สอบสำหรับเด็กเล็กซะที

ข้างล่างนี้คัดมาจากความเห็น  ของคนที่สนับสนุนการศึกษา
ระบบเรียนหนักแบบเดิมๆ กับแนวบูรณาการแบบโรงเรียนทางเลือก
ไม่มีอะไรผิด อะไรถูก อยู่ที่ผู้ปกครองจะเลือกทางไหน
คัดมาจาก http://pantip.com/topic/30249135
หลานสาวสามีคนโต เรียนเพลิน ป.1 - ม.3 ตอนนี้ไปต่อ ม.4 ที่สาธิตแห่งหนึ่ง
เพราะเธอเริ่มรู้จักตัวเองตั้งแต่ ม.3 ว่าเธออยากเรียนอะไรที่ไหน
เธอเลือกแนวของเธอได้แล้วค่ะ อ่านออกได้ดี เรียนได้เก่ง
หลานมาเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกอยากเป็นหมอแต่ตอนนี้ชอบเภสัชมากกว่าแล้ว
ส่วนเพื่อนในห้อง บางคนก็เริ่มล้ากับการเรียนเพราะถูกอัดกันมาแต่ประถม
หลานที่เรียนเพลินนี่รู้จักใช้เวลาว่างทำงานอดิเรกให้เป็นรายได้ที่ดีด้วย
มองไม่เห็นปัญหานะคะ ปัญหาอยู่ที่พ่อแม่เองว่าเคยเข้าใจหรือเปล่า
ว่าเด็กพร้อมที่จะเรียนรู้ตอนกี่ขวบ จินตนาการของเด็ก ๆ
มันสวยงามมากกว่าจะถูกปิดด้วย ก ข ค หรือ abc นะคะ

อีกหนึ่งข้อคิดเห็น เลือก "เพลินพัฒนา" สำหรับเป็นบ้านหลังที่ 2 ของลูกค่ะ
เพราะเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดของลูกไม่ใช่การเรียนเก่งได้เกรด 4
แต่เชื่อว่า วิธีการคิด การคิดเป็น การรู้จักตัวเอง
และการที่ลูกมีความสุขในการเรียนรู้ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูกมากกว่าค่ะ
เพราะเป้าหมายในการเลี้ยงลูกของดิฉันมีคือ...
ต้องการให้เค้าโตขึ้นเป็นคนดีที่ดูแลตัวเองได้และมีความสุขแค่นั้นก็พอแล้วค่ะ
***ความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ^ ^***

อีกหนึ่งความคิดที่แตกต่าง แนวบูรณาการหลักการทุกอย่างมันดูดี
แต่อย่าลืมว่าที่นี่คือประเทศไทยที่เน้นวัดคนจากมหาวิทยาลัย
และปัญหาของเด็กบูรณาการคือ สอบแข่งเข้ามหาวิทยาลัยในคณะดีๆ กับเค้าไม่ค่อยได้
ซึ่งวุฒิการศึกษาที่จะได้มันจะเป็นใบเบิกทางเข้าสู่สังคมการทำงาน 
ผมยอมรับเลยว่าไม่กล้าเอาอนาคตของลูกมาเสี่ยง
และผมก็ไม่รวยพอที่จะส่งลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ 
ซึ่งผมว่าหลายๆ ครอบครัวก็คงคิดแบบนี้

ประกาศผลสอบออกมาวันที่ 26 มีนาคม 2557
น้องปั้นสอบไม่ติดครับ

ปีการศึกษา 2558 น้องปั้น จะเข้าเรียนที่โรงเรียนเพลินพัฒนาครับ

Tuesday, February 4, 2014

อนุบาลรำลึก

ดาวโหลดเพลง
 
เพลงอนุบาลรำลึก
 
ดอกนกยูง บานเด่น เดือนเมษา

สะดุดตา ดอกใบ แผ่ไพศาล

นั่นแหละคือ สัญลักษณ์ อนุบาล

ดอกแสดเด่น ชูก้าน เขียวขจี

เรานี้ ดังพี่น้อง ปองรักใคร่

สามัคคี ร่วมใจ กันเต็มที่

รักกันไว้ ด้วยน้ำใจ และไมตรี

จากไปแล้ว ก็ยังมี ใจสัมพันธ์

คราใด เห็นดอก นกยูงบาน

เหมือนเป็น สัญญาณ เรียกขวัญ

อนุบาล อนุบาล จะรักกัน

รักกันมั่น รักกัน นิรันดร

Monday, February 3, 2014

เกณฑ์อายุเด็กสอบสาธิตประถม

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สาธิตจุฬา)
เกิดระหว่างวันที่   ปีสอบ       รับเข้าศึกษาในระดับชั้น
1 ธ.ค. 2550 - 30 พ.ย. 2551      มี.ค. 2557        ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1)
1 ธ.ค. 2551 - 30 พ.ย. 2552      มี.ค. 2558        ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1)
1 ธ.ค. 2552 - 30 พ.ย. 2553      มี.ค. 2559        ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1)

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สาธิตจุฬา)
อายุที่รับ: มีอายุระหว่าง 5 ปี 6 เดือน ถึง 6 ปี 6 เดือน โดยนับอายุถึงวันที่ 31 พฤษภาคม              
จำนวนที่รับ: 100 คน
การคัดเลือก: คัดผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 100 คนแรก (โดยไม่แบ่งช่วงอายุ)
วิชาที่สอบ: ข้อสอบเชาว์, ภาษาไทย และเลข รวมๆ กัน
ข้อสอบ: ประมาณ 40 ข้อ
เวลาที่สอบ: ประมาณ 2 ชั่วโมง


โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (สาธิตประสานมิตร)
เกิดระหว่างวันที่    ปีสอบ      รับเข้าศึกษาในระดับชั้น
1 มิ.ย. 2551 - 31 พ.ค. 2552     มี.ค. 2557          ชั้นเด็กเล็ก (อ.3)
1 มิ.ย. 2552 - 31 พ.ค. 2553          มี.ค. 2558          ชั้นเด็กเล็ก (อ.3)
1 มิ.ย. 2553 - 31 พ.ค. 2554        มี.ค. 2559          ชั้นเด็กเล็ก (อ.3)

โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร (สาธิตประสานมิตร)
อายุที่รับ: มีอายุระหว่าง 4 ปี ถึง 5 ปี โดยนับอายุถึงวันที่ 31 พฤษภาคม โดยรับเข้าศึกษาในระดับชั้นเด็กเล็ก (อ.3)              
จำนวนที่รับ: 100 คน
การคัดเลือก: คัดผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 100 คนแรก (โดยไม่แบ่งช่วงอายุ)
วิชาที่สอบ: ส่วนใหญ่เป็นข้อสอบเชาว์
เวลาที่สอบ: ประมาณ 1 ชั่วโมง


โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สาธิตเกษตร)
เกิดระหว่างวันที่    ปีสอบ     รับเข้าศึกษาในระดับชั้น
16 ธ.ค. 2550 - 15 ธ.ค. 2551         มี.ค. 2557       ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1)
16 ธ.ค. 2551 - 15 ธ.ค. 2552         มี.ค. 2558       ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1)
16 ธ.ค. 2552 - 15 ธ.ค. 2553         มี.ค. 2559       ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1)

โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สาธิตเกษตร)
อายุที่รับ: มีอายุระหว่าง 5 ปี 6 เดือน ถึง 6 ปี 6 เดือน โดยนับอายุถึงวันที่ 15 มิถุนายน              
จำนวนที่รับ: ทั้งหมด 280 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบุคคลทั่วไปจำนวน 130 คน และกลุ่มบุตรของบุคคลากรของมหาวิทยาลัย รวมถึงบุตรหลานของผู้ทำคุณประโยชน์ จำนวน 150 คน
การคัดเลือก: กลุ่มบุคคลทั่วไปจำนวน 130 คน จะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ตามช่วงอายุ คือ อายุตั้งแต่ 5 ปี 6 เดือน ถึง 5 ปี 11 เดือน (กลุ่มเด็กเล็ก) และ อายุตั้งแต่ 6 ปี ถึง 6 ปี 6 เดือน (กลุ่มเด็กโต)
โดยจะคำนวณจากอัตราส่วนผู้สมัครในแต่ละกลุ่มอายุ และเรียงลำดับคะแนนจากสูงสุดลงมาจนถึงจำนวนที่ต้องการรับในแต่ละกลุ่มอายุ และยังพิจารณาให้มีสัดส่วนของเด็กชายและเด็กหญิงใกล้เคียงกันด้วย
วิชาที่สอบ: ข้อสอบเชาว์ประมาณ 50%, ภาษาไทย-เลข-ความรู้ทั่วไป รวมกันประมาณ 50%
ข้อสอบ: ประมาณ 60 ข้อ ตอบในกระดาษคำตอบ แบ่งออกเป็น 6 ชุด ชุดละ 10 ข้อ กระดาษคำตอบจะมีหลายสีให้เลือกตอบให้ถูกชุด และให้กระดาษทดเป็นสีเหลือง
เวลาที่สอบ: ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง มีพักครึ่ง
                             

Tuesday, December 10, 2013

ก้มแตะปลายเท้า (Toe Touch)


ใครมีปัญหาเส้นยึด หลังแข็ง ก้มแตะปลายเท้าไม่ได้
ลองก้มแตะทุกวันๆ ยังไงก็ยังแตะไม่ได้สักที
ลองดูคลิปนี้ แล้วลองทำตาม
จะสามารถก้มแตะปลายเท้าตัวเองได้
ถ้าหากไม่ได้ ก็เกือบได้ครับ
ดีกว่าเดิมแน่ๆ  ผมลองดูแล้ว 

Monday, October 14, 2013

เล่นเกมส์ได้รางวัลที่ Lotus

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม 2556 ไปซื้อของที่ห้าง Tesco Lotus
ทางห้างมีกิจกรรมให้ส่ง SMS เข้าไป
หากใครส่งเข้าไปเป็นหมายเลขแรก
จะได้รางวัลเป็นบัตรของขวัญ 800 บาท
แม่นุ้ยส่งข้อความได้เป็นสายแรก เลยได้รางวัลมา
รางวัล 800 บาท แต่พนักงานร่วมแสดงความยินดีเหมือนแจกสักแปดแสน
ดูหน้าน้องปั้นสิครับ  .......

Tuesday, June 4, 2013

ผลไม้ เบอรี่ไทย

หากพูดถึงผลไม้ตระกลูเบอรี่ เรามักจะนึกถึง
ผลไม้ฝรั่ง พวกสตรอเบอรี่ เชอรี่ ราสเบอรี่ บลูเบอรี่ แครนเบอรี่ แบล็กเบอรี่
แต่ผลไม้ไทย ตระกลูเบอรี่ก็มีมากมายแต่เราไม่เคยรู้จัก
พอดีหลายเดือนก่อน นุ้ยซื้อผลไม้มาชนิดหนึ่ง
จากเซ็นทรัลชิดลม เปลือกแห้งๆบางๆ ผลสีเหลืองกลม ๆ
มีรสเปรี้ยวอมหวาน มีกลิ่นหอมแบบเฉพาะตัว
ถามคุณตา คุณยาย ก็ไม่รู้จัก
พอดี นสพ. เดลินิวส์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2556
ลงบทความเรื่อง ผลไม้ตระกูล "เบอรี่ไทย" หลากประโยชน์ช่วยป้องกัน "หัวใจ"
เลยรู้ว่า ผลไม้นี้คือผลโทงเทงฝรั่งนั่นเอง
เรามาดูกันเลยว่า ผลไม้ตระกูลเบอรี่ของไทยมีอะไรบ้าง

1.ลูกหว้า


ผลสุกสีม่วงเข้มคล้ายองุ่น
รสชาติออกหวานอมฝาด
มีสารกลุ่มแอมโธไซยานิน (ไซยานิดิน) กรดเอลลาจิก กรดเฟอรูลิก
สารกลุ่มนี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ยับยั้งเซลล์มะเร็งลำไส้ มะเร็งช่องปาก มะเร็งเต้านมได้

2.มะเกี๋ยง

ผลคล้ายลูกหว้าแต่เล็กกว่า มีสีออกม่วงแดง
รสชาติออกเปรี้ยวกว่าลูกหว้า
พบมากทางภาคเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ลูพูน ลำปาง พะเยา น่าน เป็นต้น
มีสารประกอบฟีนอลิก ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีค่า ORAC สูง
(ORAC : Oxygen Radical Absorbance Capacity)
มะเกี๋ยงมีสารที่ป้องกันเซลล์ให้ปลอดภัยจากการถูกทำลายด้วยกระบวนการออกซิเดชั่นสูง
ช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด  โรคมะเร็ง ชะลอความเสื่อมของร่างกาย
 
3.มะขามป้อม


มีผลสีเขียว
รสชาติออกเปรี้ยวฝาดๆ
จัดเป็นสมุนไพรพื้นบ้าน  นิยมนำมารักษาอาการหวัด แก้เจ็บคอ ละลายเสมหะ
มีวิตามินซีสูง มีสารกลุ่มแทนนิน เบนซินอยด์ เทอร์ปีน ฟลาโวนอยด์ อัลคาลอยด์ คูมาริน
ช่วยลดการอักเสบของร่างกาย ลดการติดเชื้อราและแบคทีเรีย
ช่วยลด LDL คือ คอเรสเตอรอลชนิดไม่ดี  ข่วยลดไตรกลีเซอไรด์
ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

4.ลูกหม่อน

ผลสุกมีสีออกม่วงแดง
รสชาติหวานอมเปรี้ยว
มีสารต้านอนุมูลอิสระโพลีฟีนอล แอนโทไซยานิน และเรสเวอราทอล
สารกลุ่มนี้ช่วยลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจและมะเร็ง
มีกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ในระบบประสาทและสมอง ทำให้ความจำดีขึ้น
สารสกัดจากลูกหม่อน ช่วยควบคุมความหิว ทำให้ลดน้ำหนักได้
ใบหม่อนนำมาทำชา ช่วยลดการเกิดโรคความดันโลหิตสูง

5.มะยม

 
ผลมีสีเขียว
รสชาติเปรี้ยว
มีสารกลุ่มแทนนิน ช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย และต้านการเกิดเซลล์มะเร็ง
มีใยอาหารสูง ช่วยเรื่องขับถ่าย
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ทำให้ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

6.มะเม่าหรือหมากเม่า

 
ผลดิบมีสีเขียว ผลสุกมีสีแดง ผลแก่มีสีม่วงดำ
ผลสุกมีรสเปรี้ยว ผลแก่มีรสหวานอมเปรี้ยว
พบมากภาคอีสาน นิยมนำมาทำน้ำผลไม้ ไวน์ หรือแยม
มีสารแอโทไซยานินและสารต้านอนุมูลอิสระ
ลอการเกิดโรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตันทางสมอง
มีธาตุเหล็กสูง ช่วยภาวะโลหิตจางและบำรุงเลือด

7.โทงเทงฝรั่งหรือเคพกูสเบอรี่ (cape gooseberry)

ผลเล็กสีเหลืองทอง
รสชาติเปรี้ยวนำ อมหวาน มีกลิ่นเฉพาะตัว
เป็นผลไม้ตระกูลมะเขือ ภายในผลมีเมล็ดเล็กๆอยู่มากมาย
มีสารเบต้าแคโรทีน เปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย ทำให้สายตาดี บำรุงผิวพรรณ
มีสารไฟโตรสเตอรอล ช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล
เปลือกโทงเทงฝรั่งมีใยอาหารประเภทเพคติน ช่วยทำให้ลำใส้ทำงานดีชึ้น

8.เชอรี่ไทย (barbados cherry)


ผลดิบมีสีเขียวอ่อน ผลสุกมีสีแดงสด
รสชาติเปรี้ยว
หนึ่งลูกแบ่งออกเป็น 3 พู นิยมนำมาทำไอศกรีมรสเขอร์เบท
มีสารในกลุ่มแอนโธไซยานิน ช่วยลดอาการอักเสบ ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า และเป็นยาระบายอ่อนๆ
 
9.ตะขบ (Cherry, Jam tree)

 
 
 ผลสุกมีสีแดง
รสชาติหวานเย็น มีกลิ่นหอม
เป็นต้นไม้ขนาดเล็ก สูงเต็มที่ 5-7 เมตร พบได้ทุกภาคของประเทศไทย เกิดตามที่รกร้างว่างเปล่า
กิ่งแผ่สาขาขนานกับพื้นเป็นชั้นๆ  นิยมปลูกเป็นไม้ให้ร่มเงาดีมากๆ เป็นไม้กลางแจ้ง ขึ้นง่ายโตไว
มีแร่ธาตุหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม ฟอสฟอรัส
มีสารไลโคปีน กรดเอลลาจิก แอนโธไซยานิน กรดแกลลิก ช่วยการทำงานของต่อมลูกหมากดีขึ้น
ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งหลายชนิด
ช่วยป้องกันเซลล์จกาการทำงานของสิ่งแวดล้อม
แพทย์แผนไทยใช้ตะขบเป็นยาบำรุงกำลัง