Search NuiPik Blog ลองใส่คำดูสิค่ะ

Tuesday, October 11, 2011

วันเกิดสามขวบของน้องปั้น

วันที่ 11 ตุลาคม 2554
น้องปั้นอายุครบ 3 ขวบแล้ว
วันนี้มี party วันเกิดเล็กๆ
แม่นุ้ยซื้อขนมเค้กเจ้าหญิงมาให้
เพราะช่วงนี้น้องปั้นกำลังชอบ
บรรดาเจ้าหญิงของ Disneys มากๆ

เค้กเจ้าหญิง


น้องปั้นเตรียมพร้อมแล้วค่ะ


ณภัทรขอแจมด้วยคน


ได้กินเค้กแล้ว


อร่อยจังเลย


คุณตาบอกเค้กไม่สน ขอกินเบียร์กินข้าวดีกว่า



น้าตั๋งและน้าโอ๋ให้ของขวัญวันเกิด


ปะป๊ากินมีให้เหมือนกัน


คลิปภาพงานวันเกิดน้อง ปั้นสามขวบ

Wednesday, September 21, 2011

ปั้นสมัครเรียนอนุบาล

เมื่อวาน วันที่ 20 กันยายน 2554
ปะป๊ากับแม่นุ้ยพาน้องปั้น ไปสมัครเข้าเรียนอนุบาล
ที่โรงเรียนอนุบาลเจริญพงศ์
สุกเซี้ยงเคยเป็นศิษย์เก่าเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน
ตอนแรกก็กลัวว่าปั้นจะไม่ยอมไปโรงเรียน
เพราะถามทีไร ก็บอกว่า จะไม่ไปโรงเรียนท่าเดียว
ความจริงแล้ว ปั้นจะเข้าอนุบาล 1 ได้ ก็ต้อง พค. ปีหน้า (ปี 2555)
เพราะปั้นเกิดเดือนตุลาคม จะเข้าเรียนกลางปีไม่ได้
ก็เลยลองพาปั้นไปโรงเรียน เข้าชั้นเตรียมอนุบาลไปก่อน
เพื่อเตรียมความพร้อม ให้สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
พอปะป๊ากรอกเอกสาร ชำระค่าเรียนเสร็จ ก็ไปลองชุดนักเรียน
โชคดีที่ชุดเด็กเตรียมอนุบาล เป็นสีชมพู
ช่วงนี้ปั้นกำลังชอบใส่ชุดเจ้าหญิงเป็นสีชมพูพอดี
งานนี้ ปั้นเลยอยากไปโรงเรียนขึ้นมาเฉยเลย
พอลองชุดเสร็จ ก็ขอใส่เลย เพราะชุดสวยถูกใจเธอมากๆ





หลังจากได้ชุดใหม่ ก็เดินดูรอบๆบริเวณโรงเรียน
คราวนี้เจอสนามเด็กเล่น ปั้นก็ขอเล่นซะหน่อย
ปั้นเล่น playground คนเดียว ไม่มีใครมาแย่งเล่น
เพราะเด็กคนอื่น มามอบตัวเสร็จก็กลับบ้าน
ส่วนนักเรียนอนุบาลก็อยู่ตามห้อง ทำกิจกรรมบ้าง นอนบ้าง
กว่าจะได้ออกจากโรงเรียนก็ราวๆ เที่ยงจ้า
ปั้นจะเปิดเทอมจริงๆ วันที่ 1 พ.ย. 2554
ไว้วันนั้นจะถ่ายรูปมาให้ดูอีกที
หวังว่าคงไม่เปลี่ยนใจ ไม่ยอมไปโรงเรียนซะก่อนล่ะ














Tuesday, August 30, 2011

ครัวแสวงซีฟู๊ด

วันที่ 18 สิงหาคม 2554
ปะป๊าต้องแวะไปแถว พระราม 2
เพื่อเอา car seat น้องป้อนไปซ่อมนิดหน่อย
แม่นุ้ยเลยชวนตายาย ปั้น ป้อน ให้ไปกินข้าว
ที่ร้านครัวแสวง เพราะอยู่ใกล้ๆ กัน
งานนี้ พวกเราไปวันธรรมดา
ขับรถกันไปสบายๆ
อาหารและบรรยากาศ
และการบริหารงานของครัวแสวง
มีการปรับปรุงดีขึ้นมากกว่าสมัยก่อน
ถือได้ว่า น่าประทับใจ





Wednesday, August 17, 2011

อาไถ้ come back

12 สิงหาคม 2554 วันแม่พอดี
เป็นวันที่อาไถ้ ต้องกลับสู่บ้านสำโรง
หลังจากที่ต้องไปอยู่ที่บ้านอ่อนนุช 66 วัน
เนื่องจากคนดูแลขอลาออก เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ซึ่งอาไถ้ก็ได้ไปสร้างวีรกรรมไว้ที่นั่นมากกว่า
จนคนที่นั้นไม่สามารถอดทนดูแลได้อีก
เลยปล่อยให้อาไถ้จากมา แบบมองตากันแล้วรู้ใจ
ด้วยเสียง vote ท้วมท้น ว่าไปเถอะ ไม่ไหวแล้วจ้า
พออาไถ้กลับมา ปั้นก็ดีใจ
บอกว่าอาไถ้ come back
ยังไงๆ อาไถ้ก็คงอยากกลับมาใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายที่นี่มากกว่า
ที่ซึ่งอาม่าน้องปั้นสร้างไว้ และอยากให้แม่ตัวเองอยู่บ้านนี้
จนกว่าจะหมดแรงไปเอง
ถึงอาไถ้จะแก่มากแล้ว การดูแลถึงจะลำบากขึ้นเรื่อย
แต่น้องปั้นและน้องป้อน ก็จะขอดูแลอาไถ้แทนอาม่าเองค่ะ

วันที่อาไถ้กลับบ้านใหม่ๆ ก็แข็งแรงได้วัน สองวัน





อาไถ้หมดแรงมา 2-3 วัน
เลยพาอาไถ้ไปคุยกับหมอที่ รพ.มนารมย์ วันที่ 17 ส.ค. 54





Tuesday, August 16, 2011

แฟชั่นมีหู...ของปั้น

กระจกวิเศษบอกข้าเถิด....ใครงามเลิศในปฐพี??

แฟชั่นใหม่ของปั้นค่ะ บังเอิญว่าไปถอยมาใหม่
จากร้านที่ซีคอนสแควร์
ซื้อปุ๊บ สวมปั๊บ แล้วก็ส่องกระจก.....กิ๊งมาก!!

ดูกันชัดๆ (เฮ้ย...ลืมเก็บพุง)
555 เป็นมินนี่เม้าส์ เวอร์ชั่นพุงปลิ้นไปหน่อย

นั่งรถ (แบบเพลียๆ) ก็ยังใส่

แบ๊วมั้ยคะ????


อยู่บ้าน...อาบน้ำ ก่อนนอนก็ใส่

ออกไป shopping ที่ไหนๆ ก็ใส่....โปรดมากค่ะ มินนี่เม้าส์


อุปกรณ์ใหม่ของป้อน...

ตอนนี้ป้อนอายุได้เกือบๆ 6 เดือนแล้ว (as of Aug 2011)
คิดว่าน่าจะเริ่มนั่ง car seat เวลาไปไหนมาไหนซะที
ซึ่งถ้าเทียบกับพี่ปั้นก็ถือว่าเริ่มหัดนั่ง car seat
ช้าไปเกือบ 2 เดือนเลยทีเดียว

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 ส.ค. 54) จะไปบ้านสวนกัน
ก็เลยลองจับป้อนนั่ง car seat ดู
สีหน้ายังเป็นกังวลหน่อยๆ ก่อนที่รถจะออกวิ่ง...

ยังไม่ทันรถจะออก ป้อนก็เริ่มออกอาการอยากลุก
ออกจาก car seat ซะแล้ว

ร้องได้ร้องไป ต้องทำไม่สนใจ....
บิดตัวไปมา อยากออกมากๆ

แต่ว่า.............พอรถวิ่งขึ้นวงแหวนไปได้ไม่เท่าไหร่
Zz zzZzz...Zzz z

แล้วก็จบด้วยท่านี้ครับพี่น้อง....

วันจันทร์กลับจากบ้านสวน มาบ้านสำโรง
เหตุการณ์บน car seat ดูดีขึ้นเยอะเลย
หวังว่า คงจะฝึกป้อนนั่ง car seat ได้ง่ายเหมือนพี่ปั้น


Saturday, August 13, 2011

ปั้นเด็กสองภาษา

ปั้นพูดโหมดภาษาไทย (Thai mode)


ปั้นพูดโหมดภาษาอังกฤษ (English mode)

Friday, August 12, 2011

ภารกิจนมแม่ episodeIII เนื่องในวันแม่ 12 สิงหา แต่พ่อเขียน

เห็นแม่นุ้ยตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตัวเอง
ก็ต้องยกให้วันนี้ เป็นวันแม่นุ้ย
เพราะความตั้งใจที่จะเลี้ยงน้องปั้น และน้องป้อน
ด้วยน้ำนมตัวเอง ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
เหมือนง่าย แต่ไม่ง่าย
หลายคนคิดว่า เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตัวเอง
ไม่เห็นจะมีอะไรยากเลย ก็แค่นมแม่
ผมว่าคุณแม่ประมาณ 99 เปอร์เซ็นต์ ตั้งใจเช่นนั้น
แต่ผลสุดท้าย ต้องปลี่ยนใจ ยอมแพ้ และล้มเลิกความตั้งใจไป
สาเหตุมาจาก ข้อจำกัดหลายๆประการ
เช่นคุณแม่ต้องทำงาน ร่างกายไม่พร้อม
หรือขาดการเตรียมตัวตั้งแต่แรก
อย่างแม่นุ้ยตั้งใจลางานตามปกติ
และลาแบบไม่รับเงินเดือนต่ออีก
เพื่องานนี้ รวมกันแล้วเกือบ 1 ปี เต็ม สำหรับลูกคนที่สอง
ส่วนคนแรกน้องปั้นลางานรวมกันประมาณ 7 เดือน
แต่ปั๊มนมและเก็บนมแช่แข็งให้น้องปั้นดื่มต่อไปอีก
จนได้อายุประมาณ 11 เดือน
การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ไม่ง่าย
เพราะต้องตื่นขึ้นมาดึกๆ เพื่อให้นมลูก
รวมทั้งให้นมตอนกลางวัน แบบตลอดทั้งวันอีกต่างหาก
เพื่อเป็นการกระตุ้นเพื่อให้มีการผลิตน้ำนมตลอดเวลา
บางครั้งก็เจอปัญหาหัวนมแตกบ้าง ลูกกัดหัวนมบ้าง
น้ำนมพุ่งแรง จนลูกดื่มไม่ทัน สบัดหน้าหนีบ้าง
แต่ก็ยังพยายามและตั้งใจเลี้ยงลูกด้วยน้ำนมตัวเองต่อไป
ในปัจจุบัน โฆษณานมสำหรับเด็กมีมากและมักจะสื่อออกมาว่า
เมื่อดื่มมากๆแล้วจะทำให้ลูกฉลาด
โดยมักใช้แม่ที่เป้นดารามาเป็นพรีเซ็นเตอร์กัน
คนดูไม่รู้ ก็เลยหลงเชื่อตามนั้นไป
แต่ความเป็นจริงเด็กที่กินนมผงมากเกินไป
จะทำให้ระดับไอคิวน้อยกว่าเด็กที่ดื่มนมแม่ 2-11 จุด
ป่วยบ่อย เนื่องจากไม่ได้รับภูมิคุ้มกันที่มีมากในนมแม่
นอกจากนี้ผู้ผลิตนมยังหากลยุทธใหม่ๆ
เช่นการแจกนมตัวอย่างในโรงพยาบาล
ในชุมชนเทศบาล หรือผ่าน อสม. เป็นต้น
แม่ในชนบทส่วนใหญ่มีโอกาสเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
แต่กลับคิดว่านมผงมีประโยชน์มากกว่า
เลยให้ลูกกินนมผงดีกว่า
นอกจากนี้บริษัทนมผงยังใช้กลยุทธเข้าไปในโรงงาน
ในลักษณะให้ความรู้เรื่องนมแม่
ว่าดีที่สุด มีสารอาหารที่มีประโยชน์นานาชนิด
ชื่อนั้นชื่อนี้ ซึ่งในนมผงก็มีเช่นกัน
และสุดท้ายก็แจกชุดของขวัญ
ที่เป็นกระเป๋าและมีนมผงให้ไปทดลองดื่มกันอีก
ปัจจุบันมูลค่าตลาดนมมีรายได้ปีละ 1 หมื่นล้านบาท
เด็กเกิดใหม่ปีละประมาณ 8 แสนคน
แต่มีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่ดื่มนมแม่ 6 เดือนขึ้นไป
วันนี้เลยต้องยกให้ แม่นุ้ย 1 วัน
ข้อมูลบางส่วน ได้มาจากบทความ "หมายเหตุประชาชน"
ใน นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม 2554 หน้า 8 ครับ